โครงการศึกษาวิจัยการดูแลสุขภาพทางเลือกสำหรับผู้ติดเชื้อเอดส์ผู้ป่วยเอดส์: โครงการประมวลและสังเคราะห์องค์ความรู้สุขภาพ ทางเลือกด้านสมุนไพร เขตภาคกลาง นันทวัน บุณยะประภัศรกรุงเทพฯ : สำนักโรคเอดส์ วัณโรคและโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์, กรมควบคุมโรค, 254635 แผ่น
ศัพท์แพทย์ไทย / สำนักงานข้อมูลสมุนไพร คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล; นันทวัน บุณยะประภัศร, บรรณาธิการ
Imprint
กรุงเทพฯ : สำนักงาน, 2546
Edition
พิมพ์ครั้งที่ 2
สมุนไพร ไม้พื้นบ้าน / บรรณาธิการ: นันทวัน บุณยะประภัศร, อรนุช โชคชัยเจริญพร
Imprint
กรุงเทพฯ : สำนักงานข้อมูลสมุนไพร คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล, 2539-
Edition
พิมพ์ครั้งที่ 1
วันพฤหัสบดีที่ 7 มิถุนายน พ.ศ. 2550
ความแตกต่าง...ที่เหมือน
คุณเคยรู้สึกว่าเป็นส่วนเกินไหมคะ
แตกต่าง...ที่อยู่ท่ามกลางผู้คนเหมือน...อยู่คนเดียว
แตกต่าง...ที่เข็มแข็งเหมือน...อ่อนแอ
แตกต่าง...ที่หัวเราะเหมือน...ร้องไห้
แตกต่าง...ที่ยิ้มเหมือน...เศร้า
แตกต่าง...ที่ความฝันเหมือน...เป็นเพียงจินตนาการ
แตกต่าง...ที่เต็มที่แล้วเหมือน...ยังขาดอะไรไป
แตกต่าง...ที่เพียงพอเหมือน...ไม่พอเพียง
แตกต่าง...ที่พูดไปมากมายเหมือน...ไม่มีใครฟัง
แตกต่าง...ที่ไม่เป็นไรเหมือน...ใจเจ็บมากๆ
แตกต่าง...ที่สู้ไหวเหมือน...จะถอยดื้อๆ
แตกต่าง...ที่มีส่วนร่วมเหมือน...เป็นส่วนเกิน
แตกต่าง...ตรงคำว่าเราเหมือน...เหงาเพียงลำพัง
วันนี้มาสดุดีให้กับความเหงาค่ะ....
แตกต่าง...ที่อยู่ท่ามกลางผู้คนเหมือน...อยู่คนเดียว
แตกต่าง...ที่เข็มแข็งเหมือน...อ่อนแอ
แตกต่าง...ที่หัวเราะเหมือน...ร้องไห้
แตกต่าง...ที่ยิ้มเหมือน...เศร้า
แตกต่าง...ที่ความฝันเหมือน...เป็นเพียงจินตนาการ
แตกต่าง...ที่เต็มที่แล้วเหมือน...ยังขาดอะไรไป
แตกต่าง...ที่เพียงพอเหมือน...ไม่พอเพียง
แตกต่าง...ที่พูดไปมากมายเหมือน...ไม่มีใครฟัง
แตกต่าง...ที่ไม่เป็นไรเหมือน...ใจเจ็บมากๆ
แตกต่าง...ที่สู้ไหวเหมือน...จะถอยดื้อๆ
แตกต่าง...ที่มีส่วนร่วมเหมือน...เป็นส่วนเกิน
แตกต่าง...ตรงคำว่าเราเหมือน...เหงาเพียงลำพัง
วันนี้มาสดุดีให้กับความเหงาค่ะ....
ผลกระทบหนึ่ง (แผ่นดินที่หายไป) จากภาวะโลกร้อน

ภัยพิบัติทางธรรมชาติี่เกิดขึ้นทุกปีในประเทศไทยเป็นพื้นที่ชายฝั่งทะเลที่ถูกกัดเซาะหายไปเป็นบริเวณกว้างชั่วเวลา 30 ปีประเทศไทยหายไปแล้วกว่า แสนไร่ อันตรายที่สุด คือจังหวัดสมุทรปราการ และที่ บางขุนเทียน กรุงเทพฯ อัตราการกัดเซาะกว่า 25 เมตรต่อปี และ20-25 เมตร ต่อปี ตัวเลขจากผู้ทำวิจัยมา 10 ปี คือ รศ.ดร.ธนวัฒน์ จารุพงษ์สกุล ภาควิชา ธรณีวิทยา คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์ยังัังมีอีกหลายจังหวัดที่ชายฝั่งหาย เช่น ชลบุรี ระยอง 5จุดวิกฤตชายฝั่งทะเลไทย1.ชายฝั่งทะเลบ้านแหลมสิงห์-ปากคลองขุนราชพินิจใจ จ.สมุทรปาการ ระยะทาง 12.5 กม. ถอยร่นเข้ามาประมาณ 700 - 800 เมตร2.ชายฝั่งทะเลปากคลองราชพินิจใจ - บ้านท่าตะโก เขตบางขุนเทียน กทม. ระยะทาง 5.5 กม. กัดเซาะ 20-25 เมตรต่อปี หายไป 400-800 ม.3.ชายฝั่งทะเลบ้านเคียนดำ-บ้านบ่อนนท์ อ.ท่าศาลา จ.นครศรีฯ4.ชายฝั่งทะเลบ้านแหลมตะลุมพุก-บ้านบางบ่อ อ.ปากพนัง จ.นครศรีฯ5.ชายฝั่งบ้านเกาะทัง-บ้านหน้าศาล จ.นครศรีฯ ความยาวประมาณ 23 กม. อัตราการกัดเซาะประมาณ 12 ม.ต่่อปี สาเหตุของการกัดเซาะ1.การกัดเซาะเนื่องมาจากคลื่นลมในทะเล2.การลดลงของพื้นที่ป่าชายเลน3.การลดลงของตะกอนจากแม่น้ำ4.การทรุดตัวของแผ่นดินทั้งนี้ถ้ายังมองว่าเรื่องนี้ไม่สำคัญไม่เร่งดำเนินการแก้ไขเสียแต่ตอนนี้สุดท้ายพื้นที่ชายฝั่งทะเลที่เรายังเห็นๆกันอยู่ในวันนี้คงจะมีสภาพไม่ต่างจากหลักกิโลเมตรกลางน้ำที่โผล่ให้เห็นอยู่ลิบๆเหมือนที่บางขุนเทียนก็เป็นได้จาก นอกจากปัญหาน้ำปริมาณมหาศาลที่มากจนเกินกว่าเขื่อนที่มีอยู่ในประเทศไทยจะรองรับได้ทั้งหมด จนก่อให้เกิดปัญหาน้ำท่วมในหลายจังหวัด แต่ยังมีอีกปัญหาหนึ่งที่เกิดขึ้นกับประชาชนที่อยู่อาศัยในหมู่บ้านขุนสมุทรจีน ต.แหลมฟ้าผ่า อ.พระสมุทรเจดีย์ จ.สมุทรปราการ หมู่บ้านที่กำลังจะหายไปจากแผ่นดินไทย! เหตุผลที่หมู่บ้านดังกล่าวกำลังจะหายไปก็คือปัญหา “การกัดเซาะชายฝั่งทะเล” ที่กัดกินชายฝั่งหมู่บ้านนี้ไปถึง 3 - 4 กิโลเมตร ทั้งนี้ หมู่บ้านขุนสมุทรจีน ตั้งอยู่ที่ หมู่ที่ 9 ต.แหลมฟ้าผ่า อ.พระสมุทรเจดีย์ จ.สมุทรปราการ มีพื้นที่ทั้งหมด 790 ไร่ ประชากร 420 คน มี 168 หลังคาเรือน แต่ปัจจุบันนี้เหลือเพียงแค่ 105 หลังเท่านั้น โดยรศ.ดร.ธนวัฒน์ จารุพงษ์สกุล หัวหน้าโครงการวิจัยแก้ปัญหาการกัดเซาะชายฝั่งทะเล อาจารย์ประจำคณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เป็นคนนำนักศึกษาชมรมเยาวชนธนาคารโลกเข้าพบกับผู้ใหญ่บ้าน “สมร เข่งสมุทร” ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 9 บ้านขุนสมุทรจีน โดยผู้ใหญ่บ้านกล่าวว่ารู้สึกดีใจที่คนรุ่นใหม่เข้ามาสนใจเรื่องนี้ ซึ่งเป็นเรื่องที่ชาวบ้านต่อสู้กันมา 30 ปี จากที่อยู่กันมาเป็นพันๆ ตอนนี้คนก็หายไปหมดเหลือแค่ 200-300 คน มีแต่คนแก่กับเด็กๆ “เราแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นโดยใช้วิธีที่บรรพบุรุษเคยทำมา ก็คือการใช้ไม้ลวกปักไว้ การตั้งเสาไฟฟ้ากลางทะเลเพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้น้ำทะเลกัดเซาะเข้ามา หรือมีการรณรงค์ การปลูกป่าชายเลน แต่วิธีดังกล่าวเป็นเพียงแค่การแก้ปัญหาที่ปลายเหตุเท่านั้น เพราะวัสดุที่นำมาใช้ไม่ว่าจะเป็นไม้ลวก ซึ่งเป็นไม้ที่มีอายุการใช้งานที่ไม่นาน หรือเสาไฟฟ้าที่มีราคาสูงมาก ชาวบ้านคงไม่มีเงินมากพอที่จะไปซื้อเสาไฟฟ้ามาปักไว้ได้ วิธีหนึ่งที่ชาวบ้านสามารถที่จะทำได้ก็คือ การปลูกป่าชายเลน แต่กว่าป่าที่ปลูกจะโตก็อาจจะไม่ทันต่อการป้องกันการกัดเซาะของน้ำทะเลที่เกิดขึ้นทุกปี” ผู้ใหญ่บ้านกล่าว รศ.ดร.ธนวัฒน์ อธิบายสภาพปัญหา สาเหตุ และหนทางออกเพื่อปูพื้นให้กับนักศึกษาที่เข้าร่วมกิจกรรมในครั้งนี้ว่าปัญหา“การกัดเซาะชายฝั่งทะเล” เป็นปัญหาที่ทั่วโลกกำลังประสบซึ่งทำให้พื้นดินของโลกหายไปกว่าร้อยละ 30 สำหรับแนวชายฝั่งไทยซึ่งยาวประมาณ 2,700 กิโลเมตร ต่างประสบปัญหานี้ ซึ่งทำให้แผ่นดินหายไปถึง 130,000 ไร่ทั่วประเทศ และสำหรับแนวชายฝั่งอ่าวไทยซึ่งได้แก่จังหวัดสมุทรปราการ ฉะเชิงเทรา สมุทรสงคราม และกรุงเทพมหานครถือได้ว่าเป็นพื้นที่ที่ประสบปัญหานี้รุนแรงอันดับต้นๆ ของโลก และพื้นที่หมู่บ้านขุนสมุทรจีนถือว่าประสบปัญหารุนแรงที่สุด “สาเหตุที่ทำให้การกัดเซาะชายฝั่งที่เกิดขึ้นเป็นปกติกลายเป็นปัญหารุนแรงในปัจจุบัน มีหลายปัจจัยด้วยกัน ได้แก่ ภาวะโลกร้อนที่ทำให้สภาพอากาศแปรปรวน ทำให้น้ำทะเลขึ้นสูงอย่างน่าตกใจ, การสร้างเขื่อนซึ่งทำให้ตะกอนดินที่เคยไหลจากแม่น้ำมาสู่ปากแม่น้ำกลายเป็นแผ่นดินงอก หายไป 75%, การทรุดตัวของแผ่นดินเนื่องจากพื้นที่รอบชายฝั่งอ่าวไทยเป็นเขตพัฒนาอุตสาหกรรม และป่าชายเลนเสื่อมโทรมเนื่องจากอาชีพการเลี้ยงกุ้งและการตัดไม้ หากปล่อยให้ปัญหาที่ดำรงอยู่ต่อไปโดยไม่แก้ไข จะทำให้อัตราการกัดเซาะจะทวีความรุนแรงกัดเซาะชายฝั่ง 65 เมตรต่อปี และภายในไม่กี่ 10 ปีข้างหน้าชุมชนรอบสนามบินสุวรรณภูมิจะถูกกัดเซาะและได้รับผลกระทบอย่างแน่นอน” เมื่อฟังกลุ่มนักศึกษาได้ทราบภาพโดยรวมแล้ว พวกเขาก็แยกกลุ่มเพื่อแสดงความเห็น อภิปรายหาทางออก พวกเขาเห็นว่าปัญหาใหญ่ ปัญหาแรก คือคนในสังคมไม่ทราบและตระหนักว่าปัญหานี้เป็นสิ่งใกล้ตัวและรุนแรง เมื่อคนส่วนใหญ่ไม่เห็นเป็นปัญหา ภาครัฐจึงไม่ได้ขยับเรื่องนี้อย่างจริงจัง ปัญหาที่สองคือเรื่องเงินทุนในการดำเนินการซึ่งต้องใช้เป็นจำนวนมาก นอกจากนี้พวกเขายังเดินทางไปเห็นของจริงที่วัดขุนสมุทราราม และทางเดินที่พวกเขาเดินเป็นทางเดินไม้ยกสูงจากน้ำและคันดินที่ถูกถมให้สูงเพื่อกันน้ำท่วมถึง ทั้งนี้ตัวโบสถ์วัดขุนสมุทรารามเป็นโบสถ์เล็กๆ ที่ยกพื้นสูงกว่า 1 เมตร ชาวบ้านบอกกับกลุ่มนักศึกษาว่าหากในช่วงน้ำขึ้นแล้ว ระดับน้ำปริ่มขอบหน้าต่างโบสถ์เลยทีเดียว และเมื่อกลุ่มนักศึกษาเดินไปถึงริมฝั่งอาจารย์ธนวัฒน์ได้ชี้ให้ดูพื้นคอนกรีตที่อยู่ไกลลิบว่าที่นั่นเคยเป็นโรงเรียนมาก่อน หลังจากนั้นชมรมเยาวชนโลกได้เดินค้นหาต้นกล้าและเพาะต้นกล้าในเรือนเพาะชำ เพื่อนำไปปลูกป่าชายเลนในอนาคต โดยพวกเขาแบ่งกลุ่มกันทำงานกันและเริ่มเดินลัดเลาะไปตามคันดิน เดินหาต้นแสมอ่อน ใช้ทั้งมือและไม้เซาะดินเลนเหนียวๆ รอบต้นอ่อนไม่ให้รากขาดและตาย และเมื่อได้ต้นอ่อนจำนวนหนึ่งแล้ว พวกเขาก็นำไปต้นอ่อนที่ได้ไปเพาะปลูกในเรือนเพาะชำ ต่อจากนั้นพวกเขานำผลการอภิปรายหาทางออกของปัญหาเมื่อช่วงเช้ามาดูกันอีกครั้ง เพื่อสรุปรวมว่าพวกเขาคิดอะไร และอยากจะทำอะไรต่อไปหลังจากนี้ สำหรับสิ่งที่อาจารย์ธนวัฒน์ทำอยู่ก็คือทำวิจัยเชิงปฏิบัติการ โดยวิจัยทุกแง่มุมของผลกระทบของการกัดเซาะชายฝั่ง เสนอหนทางแก้ไขและสร้างตัวแบบวิธีการแก้ไขโดยให้หมู่บ้านขุนสมุทรจีนเป็นกรณีตัวอย่างให้ภาครัฐได้เห็นว่าสามารถทำได้จริงและคุ้มค่าที่จะทำ “ผมได้ออกแบบเสาสามเหลี่ยมซึ่งสามารถป้องกันแรงกระแทกคลื่นและทำให้เกิดการงอกของพื้นดิน เมื่อดินงอกแล้ว เราก็จะนำต้นกล้าไปเพาะที่ดินบริเวณนั้นให้เกิดเป็นป่าชายเลน ทำให้มันเป็นแนวป้องกันทางธรรมชาติ และเป็นแหล่งทรัพยากรธรรมชาติไปในตัว ซึ่งหากทำได้จริง นอกจากเราจะทำให้ปัญหานี้หมดไป สิ่งแวดล้อมชายฝั่งเราจะดีขึ้นด้วย” อาจารย์ธนวัฒน์กล่าว ด้าน “วิษณุ เก่งสมุทร” หนึ่งในทีมวิจัยชาวบ้านกล่าวว่า การกัดเซาะของพื้นที่ชายฝั่งนั้นนอกจากจะทำให้พวกเขาเดือดร้อนในเรื่องพื้นที่ทำกินแล้ว ยังทำให้วัฒนธรรมท้องถิ่นของพวกเขาสูญหายไปด้วย “ตอนนี้คนที่อยู่ในหมู่บ้านเป็นเด็กกับคนแก่ คนส่วนใหญ่อพยพไปหมดเพราะทำมาหากินไม่ได้ คนเฒ่าคนแก่ก็เลยไม่มีใครให้สืบต่อ แม้แต่สถานที่ที่เป็นที่ยึดเหนี่ยวจิตใจของคนในหมู่บ้านก็ต้องย้ายหลายต่อหลายครั้ง เช่น ศาลเจ้าพ่อหนุ่มน้อยลอยชาย หรือ วัดขุนสมุทรารามซึ่งตอนนี้เรียกว่ายื่นอยู่ในทะเลเลยก็ว่าได้” สุดท้ายผู้ใหญ่บ้านสมรกล่าวว่าเธอดีใจเป็นอย่างยิ่งที่เห็นเยาวชนมาช่วยหมู่บ้าน มาช่วยประเทศชาติ เพราะนี่เป็นปัญหาของชาติ “ถ้าหมู่บ้านนี้หายไป ที่อื่นๆ ก็จะค่อยๆ หายตามไป ตัวเราเองก็เราก็พยายามทุกทางเพื่อช่วยเหลือตัวเอง ปลูกป่าเหมือนคนบ้า เอาไม้ปัก เอาเสามาปักตามมีตามเกิดอย่างที่เห็น เราถือว่าเราต้องช่วยตัวเองก่อน ก่อนที่คนอื่นจะมาช่วย ก็เห็นจะมีทีมของอาจารย์ นี่แหละที่เขาช่วยอย่างจริงๆ จังๆ ก็ขอบคุณเด็กๆ แล้วก็อาจารย์ค่ะ”....
http://www.oknation.net
http://www.oknation.net
สมการความคิด

สมการ + ความคิด = การเริ่นต้น
การเริ่มต้น + ปลายทาง = การก้าวเดิน
การก้าวเดิน + ระยะทาง = การเรียนรู้
การเรียนรู้ + กาลเวลา = การเติบโต
การเติบโต + ความรู้สึก = ความรัก
ความรัก + การตามหา = การคาดหวัง
การคาดหวัง + ความผิดหวัง = ความทุกข์
ความทุกข์ + ความสุข = ความรัก
ความรัก + ความสมหวัง = ความสุข
ความสุข + การจากลา = ความเศร้า
ความเศร้า + ความห่วงใย = ความรัก
ความรัก + ความห่างไกล = ความคิดถึง
ความคิดถึง + กาลเวลา = ความเหงา
ความเหงา + ความห่วงใย = ความผูกพัน
ความผูกพัน + ความผูกพัน = คำสัญญา
คำสัญญา + กาลเวลา = ความเปลี่ยนแปลง
ความเปลี่ยนแปลง + ความรัก = รอยน้ำตา
รอยน้ำตา + กาลเวลา = ความเข้มแข็ง
ความเข้มแข็ง + ความอ่อนโยน = จิตใจ
จิตใจ + ความรู้สึก = หัวใจ
หัวใจ + ความฝัน = โชคชะตา
โชคชะตา + กาลเวลา = ความจริง
ความจริง + ความเท็จ = มนุษย์
มนุษย์ + มนุษย์ = สังคม
สังคม + วัฒนธรรม = ประเทศ
ประเทศ + ประเทศ = โลก
โลก + จักรวาล = ระบบสุริยะ
ระบบสุริยะ + มนุษย์ = วิทยาศาสตร์
วิทยาศาสตร์ + การค้นคว้า = เทคโนโลยี
เทคโนโลยี + พัฒนา = วัตถุนิยม
วัตถุนิยม + สังคม = ค่านิยม
ค่านิยม + มนุษย์ = ความต้องการ
ความต้องการ + ความโลภ = กิเลส
กิเลส + มนุษย์ = ความไม่สิ้นสุด
ความไม่สิ้นสุด + มนุษย์ = สัจธรรม
สัจธรรม + ชีวิต = เวียนว่ายตายเกิด
เวียนว่ายตายเกิด + ความเชื่อ = ศาสนา
ศาสนา + คำสั่งสอน = ความดี
ความดี + ความเลว = คน
คน + วัฒนธรรม = ภาษา
ภาษา+สื่อสาร = ความคิด
ความคิด + สมการ = การเริ่มต้น
การเริ่มต้น + ปลายทาง = การก้าวเดิน
การก้าวเดิน + ระยะทาง = การเรียนรู้
การเรียนรู้ + กาลเวลา = การเติบโต
การเติบโต + ความรู้สึก = ความรัก
ความรัก + การตามหา = การคาดหวัง
การคาดหวัง + ความผิดหวัง = ความทุกข์
ความทุกข์ + ความสุข = ความรัก
ความรัก + ความสมหวัง = ความสุข
ความสุข + การจากลา = ความเศร้า
ความเศร้า + ความห่วงใย = ความรัก
ความรัก + ความห่างไกล = ความคิดถึง
ความคิดถึง + กาลเวลา = ความเหงา
ความเหงา + ความห่วงใย = ความผูกพัน
ความผูกพัน + ความผูกพัน = คำสัญญา
คำสัญญา + กาลเวลา = ความเปลี่ยนแปลง
ความเปลี่ยนแปลง + ความรัก = รอยน้ำตา
รอยน้ำตา + กาลเวลา = ความเข้มแข็ง
ความเข้มแข็ง + ความอ่อนโยน = จิตใจ
จิตใจ + ความรู้สึก = หัวใจ
หัวใจ + ความฝัน = โชคชะตา
โชคชะตา + กาลเวลา = ความจริง
ความจริง + ความเท็จ = มนุษย์
มนุษย์ + มนุษย์ = สังคม
สังคม + วัฒนธรรม = ประเทศ
ประเทศ + ประเทศ = โลก
โลก + จักรวาล = ระบบสุริยะ
ระบบสุริยะ + มนุษย์ = วิทยาศาสตร์
วิทยาศาสตร์ + การค้นคว้า = เทคโนโลยี
เทคโนโลยี + พัฒนา = วัตถุนิยม
วัตถุนิยม + สังคม = ค่านิยม
ค่านิยม + มนุษย์ = ความต้องการ
ความต้องการ + ความโลภ = กิเลส
กิเลส + มนุษย์ = ความไม่สิ้นสุด
ความไม่สิ้นสุด + มนุษย์ = สัจธรรม
สัจธรรม + ชีวิต = เวียนว่ายตายเกิด
เวียนว่ายตายเกิด + ความเชื่อ = ศาสนา
ศาสนา + คำสั่งสอน = ความดี
ความดี + ความเลว = คน
คน + วัฒนธรรม = ภาษา
ภาษา+สื่อสาร = ความคิด
ความคิด + สมการ = การเริ่มต้น
ความเหงา...เหงา

ลองสังเกตุตัวเองดู
ว่าในตัว มีสารความเหงา เชื้อความเศร้า บ้างไหม
อาการของแต่ละคนก็แตกต่างกันไป ส่วนใหญ่จะเป็นๆ หายๆ ความรุนแรงขึ้นกับระยะฟักตัว
โดยส่วนใหญ่อาการมักกำเริบในช่วงฝนตกพรำๆ หรือ อากาศหนาว...แต่ไม่แน่นะคะ ในบางรายขณะที่อุณหภูมิภายนอกจะสูงปรี๊ด
แต่อาการก็เกิดกำเริบได้มีคนเป็นกันเยอะ...เพราะติดต่อง่าย ไม่ต้องอาศัยพาหะ
อาการของโรคอาจทำให้รู้สึก โหวงเหวง เคว้งคว้าง แต่ไม่เจ็บปวดบำบัด..รักษาได้ แต่ไม่มีวันหายขาด...คนเหงาๆ เศร้าๆ จะอาการทุเลาลง ก็ต่อเมื่อได้กำลังใจจาก...คนรักจาก...เพื่อนจาก...ครอบครัว...และ...จาก...ตัวเอง....
ว่าในตัว มีสารความเหงา เชื้อความเศร้า บ้างไหม
อาการของแต่ละคนก็แตกต่างกันไป ส่วนใหญ่จะเป็นๆ หายๆ ความรุนแรงขึ้นกับระยะฟักตัว
โดยส่วนใหญ่อาการมักกำเริบในช่วงฝนตกพรำๆ หรือ อากาศหนาว...แต่ไม่แน่นะคะ ในบางรายขณะที่อุณหภูมิภายนอกจะสูงปรี๊ด
แต่อาการก็เกิดกำเริบได้มีคนเป็นกันเยอะ...เพราะติดต่อง่าย ไม่ต้องอาศัยพาหะ
อาการของโรคอาจทำให้รู้สึก โหวงเหวง เคว้งคว้าง แต่ไม่เจ็บปวดบำบัด..รักษาได้ แต่ไม่มีวันหายขาด...คนเหงาๆ เศร้าๆ จะอาการทุเลาลง ก็ต่อเมื่อได้กำลังใจจาก...คนรักจาก...เพื่อนจาก...ครอบครัว...และ...จาก...ตัวเอง....
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)
